จำไว้ ภาษีธุรกิจเฉพาะ
บันทึกเรื่องราววันนี้เป็นแบบทางการสักหน่อย
เมื่อสัปดาห์ก่อนได้หยุดงานเพื่อไปดำเนินการติดต่อเจ้าหน้าที่
ณ.สำนักงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องทั้งหมดด้วยตัวเอง
เนื่องจากพ่อของแฟนได้ไปดำเนินการไว้เนิ่นนานหลายเดือนจนปาเข้าไป
เกือบจะ 4 เดือนแล้วเรื่องยังคงไปไม่ถึงไหน
เรื่องมีอยู่ว่าพวกเราได้ซื้อบ้านมาหลังนึงจากกรมบังคับคดีในวันดังกล่าว
เราขาดเอกสารอยู่ตัวนึงคือใบอนุญาตก่อสร้างอาคารทำให้ไม่รู้ว่าทรัพย์ที่เราซื้อนี้
มีอายุการได้มาแล้วกี่ปีที่ถือครอง ทำให้เราต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะในส่วนนี้
ซึ่งมันก้อราคามากพอสมควรเลย และจากการที่เราซื้อทรัพย์จากกรมบังคับคดีนี้
ทำให้ได้รับยกเว้นในเรื่องภาษีเงินได้ ส่วนของอากรแสตมป์ทางกรมฯจะทำการหัก
จากทรัพย์ที่ขายได้นำส่งสรรพากรเอง โดยในใบเสร็จค่าธรรมเนียมที่ดินระบุไว้จำนวน 16,080.-
หลังจากทำการโอนเรียบร้อย ทางคุณพ่อได้ไปยื่นแจ้งเพื่อขอรับส่วนของภาษีเงินได้
ที่ได้รับยกเว้น ก้อเรียบร้อยด้วยดี แต่....ความบังเอิญทำให้เราพบใบอนุญาตปลูกสร้าง
ด้วยความดีใจเราจึงรีบดำเนินการนำเอกสารดังกล่าว และรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้อง
เพื่อนำมาประกอบคำร้องขอคืนส่วนของภาษีธุรกิจเฉพาะตัวนี้คืน
ทางกรมสรรพากรแจ้งว่าต้องรอใบเสร็จรับเงินค่าอากรแสตมป์ที่กรมบังคับคดีชำระ
และนำส่งให้ทางสรรพากรก่อน หลังจากรอ..ร๊อ..รอ เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.50
กรมฯ โทรแจ้งให้ไปรับใบเสร็จลงวันที่ 14 ธ.ค.50 ยอดเงินที่ชำระ 11,350.-
ยอดที่ชำระไม่ครบตามที่ใบเสร็จกรมที่ดินระบุไว้ ทำให้เราต้องชำระในส่วนนี้เพิ่ม
อีก 4,730 บาท ซึ่งอันนี้ก้อแอบเซ็งไปรอบนึงแล้ว ยังต้องมาเซ็งซ้ำสอง
เมื่อได้รู้ว่าเราชำระล่าช้านับจากวันอะไรนี่ล่ะเกินกว่า 60 วัน ต้องโดนปรับอีก 6 เท่า
พระเจ้าช่วย มันเป็นความผิดของเราหรือที่ต้องมาจ่ายในส่วนนี้เพราะกว่าจะได้ตัว
ใบเสร็จจากบังคับคดีก้อสิ้นปีแล้ว ทั้งที่เราโอนบ้านตั้งแต่ 26 กรกฎาคม
เมื่อรู้เรื่องทั้งหมดแล้วเราจึงรีบขอคำปรึกษาจากพวกพ้องหลายสำนัก
และรู้ว่าเรื่องทั้งหมดสามารถทำการลดหย่อนได้โดยการยื่นคำร้อง
โดยใช้กฎกระทรวง 129 กรณีของเราเข้าข่ายมาตรา 113
กฎกระทรวง ฉบับที่ 129 (พ.ศ. 2512) http://www.rd.go.th/publish/2498.0.html
สามารถทำเรื่องลดหย่อนในส่วนที่ต้องชำระเพิ่มคือจ่ายเพิ่ม 20% ของส่วนที่ชำระขาด
แต่ยังไม่หมดแค่นั้น ถ้าสังเกตุในย่อหน้าสุดท้ายของกฎกระทรวงดังกล่าว ได้แจ้งไว้ว่า
ในกรณีนี้เรายังสามารถใช้ ทป 84/2542 มาประกอบเพื่อขอลด ได้อีกส่วนนึงด้วย
คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 84/2542 http://www.rd.go.th/publish/3360.0.html
ดังนั้นเราจึงทำเรื่องยื่นคำร้องโดยใช้กฎกระทรวง 129 ตามคำแนะนำของเพื่อน
แต่พอจะใช้ ทป 84/2542 เพิ่มเติม ทางกรมสรรพากรไม่ยินยอมให้ใช้
โดยอ้างอิงสารพัด ทำให้เราตัดสินใจเสียในส่วนที่พอรับได้เพื่อจะได้จบ ๆ
สรุปจากที่เราจะต้องเสียเพิ่ม 33,110 บาท เราจึงจ่ายเพิ่มอีกแค่ 10,406 บาท
ทั้งที่น่าจะเสียได้น้อยกว่านี้ สรุปตอนนี้ก้อคือรอเงินในส่วนนี้คืนว่าจะนานกี่เดือน
ทั้งหมดที่เล่ามาอยากให้ไว้เป็นประสบการณ์เพื่อว่าใครจะโดนแบบนี้บ้าง
ควรหาคำปรึกษาให้ทราบข้อมูลชัดเจน เพื่อจะได้ไม่เสียรู้ เสียเงิน เสียผลประโยชน์
เพราะจริง ๆ แล้วเรื่องของเรื่องนี้เราไม่ได้เป็นคนผิดเลย....
